Trend Analysis ตอนที่ 1

ประเภทของแนวโน้มแนวโน้มคือรูปแบบของราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงแบบเคลื่อนที่จากช่วงเวลาหนึ่ง(t0)  ไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง(t1) การเคลี่อนที่ของราคาหุ้นที่ปรากฏบนกราฟ จะอยู่ในลักษณะแบบคลื่น คือมีการแกว่ง  ตัว ไม่ได้มีทิศทางการเคลื่อนที่ขึ้นหรือลงเป็นเส้นตรง สาเหตุมาจากการที่มีปัจจัยอื่นๆของผู้เล่นกลุ่มต่างๆ เข้ามามีอิทธิพลต่อการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น ก่อให้เกิดความผันผวนซ่อนอยู่ในการเคลื่อนที่ดัง ภาพ โดยสามารถแบ่งแนวโน้มออกได้เป็นดังนี้

trend1_1

 

แนวโน้มขาขึ้น(Up Trend)

แนวโน้มขาขึ้นคือรูปแบบการเคลื่อนที่ขึ้นของราคาหุ้น โดยราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยจุดต่ำสุดใหม่(L1) จะสูงกว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้า (L0) เสมอ เรียกว่าการทำ higher low ส่วนการย่อตัวระยะสั้นคือการพักฐานหรือการขายทำกำไรระยะสั้น

trend1_2

แนวโน้มขาลง (Down Trend)

แนวโน้มขาลงคือรูปแบบการเคลื่อนที่ลงของราคาหุ้น โดยราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงแบบลดลงเรื่อยๆ โดยจุดสูงสุดใหม่(H1) จะต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า (H0) เสมอ เรียกว่าการทำ lower high ส่วนการเด้งตัวระยะสั้นคือการเด้งเพื่อระบายหุ้นหรือเด้งเพื่อชะลอการลดลงของราคา บางครั้งอาจจะเป็น การเด้งเพื่อทดสอบแนวต้านในกรณีที่จะมีการกลับทิศของแนวโน้มราคา

trend1_3

แนวโน้มออกข้าง (Sideway Trend)

แนวโน้มออกข้างหรือ Sideway เป็นแนวโน้มที่มีการแกว่งแบบไร้ทิศทางที่ชัดเจน มีขึ้นและลงในกรอบแคบๆ และเป็นทางแยกก่อนจะเปลี่ยนแนวโน้มไปสู่ขาขึ้น หรือขาลง เรามีโอกาสพบแนวโน้มแบบ Sideway ได้มาก และแนวโน้มแบบนี้ที่ทำให้เกิด false signal ใน indicator หลายตัว และพาแมงเม่าไปติดดอยมานักต่อนักแล้ว

ดังนั้นกรณีที่หุ้นอยู่ในแนวโน้ม sideway นักลงทุนควรใช้สติและความระมัดระวังในการเทรดแบบเก็งกำไร เพราะบ่อยครั้งท่านมักถูกจิตนาการ และจิตวิทยาหมู่หลอก

trend1_4

ขนาดของแนวโน้ม

จริงแล้วการมองแนวโน้มหรือการมองกราฟราคาหุ้นสามารถมองได้หลายกรอบเวลา (TimeFrame, TF) ซึ่งล้วนแต่ มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หรือกลยุทธการลงทุนที่แตกต่างกันไป การเก็งกำไรหรือการล่าส่วนต่างของราคาไม่จำเป็นต้องเล่นสั้นแบบที่หลายคนเข้าใจเสมอไป

แนวโน้มเป็นตัวบ่งชีสำคัญที่ใช้ได้ทั้งในรูปแบบ Day trade ที่ใช้ TF ระดับนาที, week trade นักเก็งกำไรแบบรายสัปดาห์กลาง หรือ month trade ที่ดูกันในระดับเดือนแบบเก็งกำไร EPS รายไตรมาสก็มี เพราะหัวใจสำคัญคือ เมื่อรู้แนวโน้มทำให้รู้จังหวะของคลื่น รู้จังหวะราคาที่ควรซื้อ ดังนั้นมันย่อมได้ราคาหุ้นที่ดีกว่าเดินดุ่ยๆลุยไปซื้อ ในวันที่ตลาดทำ New High เป็นไหนๆใช่ไหมครับดังนั้นผมของแบ่งกลุ่มของแนวโน้มตามขนาดของกรอบเวลาหรือ Time Frame คราวๆดังนี้

แนวโน้มใหญ่

แนวโน้มใหญ่ คือ เส้นแนวโน้มราคาที่ระดับ 120 วันขึ้นไป เป็นกรอบที่ใช้ข้อมูลราคาเพื่อดูแนวโน้มระดับใหญ่ ภาพรวมเหมาะผู้ลงทุนถือหุ้นระยะยาว

trend1_5

แนวโน้มรอง

แนวโน้มรอง คือ เส้นแนวโน้มราคาที่ระดับ 30 – 120 วัน เป็นกรอบที่ใช้ข้อมูลราคาเพื่อดูแนวโน้มระดับรอง ภาพแนวโน้มที่สะท้อนความเป็นไปในระดับเดือนtrend1_6

แนวโน้มกลาง

แนวโน้มกลาง คือ เส้นแนวโน้มราคาที่ระดับ 7-30 วัน เป็นกรอบที่ใช้ข้อมูลราคาเพื่อดูแนวโน้มระดับกลาง ภาพแนวโน้มที่สะท้อนความเป็นไปในระดับกรอบสัปดาห์ สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นที่ใกล้ชิดขึ้น ระดับสัปดาห์

trend1_8

แนวโน้มย่อย

คือ เส้นแนวโน้มราคากรอบเวลาระดับ นาที ถึง วัน เป็นกรอบที่ใช้ข้อมูลราคาเพื่อดูแนวโน้มระดับย่อยภาพแนวโน้มที่สะท้อนความเป็นไปในระดับวัน ใกล้เคียงสถานการณ์จริง แต่มีความผันผวนของแนวโน้มสูง แต่เป็นที_นิยมในการเก็งกำไรระยะสั้นเพราะมี ช่วงเวลาให้เล่นรอบซ้ำมาก ที่สำคัญกรณีเกิดปัญหากับตลาดแบบที่คาดการณ์ไม่ถึง แนวโน้มจะมีความไวในการสะท้อนเหตุปัจจัยได้รวดเร็ว ส่งผลให้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงด้วยการถือเงินสดหรือทำการป้องกัน  ความเสี่ยงในตลาดล่วงหน้า ได้ทันถ่วงที

trend1_7

 

เพิ่มเติมที่

บทความทาง กราฟเทคนิค

SCAN หุ้นจาก MACDและ STOCH

About the Author

icedos

ใส่ความเห็น

Loading...