นิสัย 7 ประการ

เรื่องขายหุ้นแล้วขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ หรือว่าเป็นเรื่องแปลก และเกิดขึ้นกับนักลงทุนได้บ่อยๆ แม้กระทั่งมืออาชีพ เพราะอะไรถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ ทั้งๆที่นักลงทุนคนนั้น ดูแล้วเป็นคนที่มีความสามารถในการลงทุน น่าจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จได้ เพราะว่ามีทั้งเครื่องมือ ความรู้ เวลาและเงินทุน ดังนั้นท่านไม่ควรเชื่อมั่นใครคนใดคนหนึ่งมากจนเกินไป ทำไมคนที่เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดถึงพลาดพลั้งได้ ผมเรียกว่านิสัยไม่ดี 7 ประการ

  1. ไม่ทำการบ้าน มั่นใจเกินไป ทำงานมากจนไม่มีเวลาดูรายละเอียด แม้ว่านักลงทุนทุกคนต้องการจะทำเงินในตลาดหุ้นเหมือนกัน แต่มีบางคนไม่ยอมเสียสละเวลาที่จะทำการบ้าน ส่วนใหญ่จะชอบนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และดูราคาหุ้น พร้อมจิบกาแฟกับขนมปัง ไม่เคยจดบันทึก หรือคิดอะไรใหม่ๆ ลักษณะแบบนี้ จะเป็นนักลงทุนหรือผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จยาก
  2. ไม่สามารถอธิบายถึงเหตุผลในการซื้อหุ้น ถ้าการซื้อหุ้นเป็นเพราะว่า “เป็นหุ้นที่มีคนกำลังซื้ออยู่” หรือ “เป็นหุ้นที่มีข่าว” หรือเป็นเพียงเพราะว่า “ดูดี” แสดงว่านักลงทุนมีความคิดที่ไม่ชัดเจนเพียงพอ ไม่ได้จัดระบบกลยุทธ์ในการลงทุน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเหตุผลในข้อแรก คือ ไม่ได้ทำการบ้าน เพราะเมื่อไม่มีเหตุผลที่ดีพอที่จะซื้อหุ้น ย่อมจะไม่มีความเชื่อมั่น ทำให้ซื้อผิดจังหวะ ตัดสินใจผิดพลาด และทำให้ขาดทุนได้ ดังนั้นทางที่ดีก็คือ ควรจะมีระบบการลงทุนที่เชื่อถือได้ เพราะเวลาที่ตลาดเปิดทำการ นักลงทุนต้องรู้แล้วว่าจะต้องทำอะไร กำลังทำอะไร และทำไมถึงทำแบบนั้น ถ้านักลงทุนเริ่มคิดในระหว่างการซื้อขาย เท่ากับว่าไม่ได้มีแผนการลงทุน และจิตใจจะไม่ได้มุ่งมั่นและนิ่งพอโอกาสชนะยาก
  3. ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก คิดอะไรที่ซับซ้อนเกินไป ซึ่งที่จริงแล้วธรรมชาติของคน ก็มักจะคิดต่อไปเรื่อยๆ หลายๆ คนมองว่าการลงทุนเป็นเหมือนการต่อภาพปริศนา ถ้าเราสามารถหาคำตอบหรือสูตรลับอะไรที่คนอื่นๆไม่เคยคิดมาก่อน เราก็จะร่ำรวยมากกว่าคนอื่น บางคนหาเครื่องมือที่ซับซ้อนมาใช้ในการซื้อขาย เพราะคิดว่ายิ่งซับซ้อนเท่าใด ผลที่ได้ก็จะดีมากยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ “เครื่องมือ” ที่ซับซ้อน แต่เป็นความเข้าใจในการใช้เครื่องมือที่มีอยู่ หรือ ”หัวใจของเครื่องมือ” เพราะว่าไม่มีใครที่จะหาระบบหรือเครื่องมือที่ดีที่สุดได้
  4. เมื่อนักลงทุนซื้อหุ้นด้วยเหตุผลที่ดีแล้ว แต่ต่อมารู้สึกว่าไม่สบายใจ หรือเป็นกังวล และก็ขายหุ้นออกไปเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือนกับเวลาที่จะข้ามแม่น้ำจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง แล้วมีท่อนซุงลอยมาขวางอยู่ ถ้าตามองไปที่เป้าหมายคือ ฝั่งตรงข้าม ก็จะสามารถข้ามไปได้ อารมณ์มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราไม่ถึงเป้าหมาย เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเหตุผลที่ดีในการลงทุน จงยึดมั่นไว้ และรอจนกระทั่งถึงเป้าหมาย หรือจนกว่าจะมีสัญญาณให้ขายหุ้นออก หรือเหตุผลที่เราซื้อหุ้นนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
  5. เมื่อเกิดความลังเล หรือมีความคิดตามผู้อื่น เนื่องมาจากการขาดความเชื่อมั่น การฟังผู้อื่นโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญการลงทุน เป็นสิ่งที่ดี แต่ส่วนใหญ่ ถ้าเราซื้อหุ้นตาม มักจะสายเกินไป ดังนั้นทางที่ดีคือ เรียนรู้ที่จะใช้เหตุผลของผู้เชี่ยวชาญท่านนั้น จะเป็นผลดีมากกว่า พอเข้าใจแล้วก็นำมาประยุกต์เพื่อให้เข้ากับตนเอง เพราะการเล่นหุ้น ตนจะเป็นที่พึ่งแห่งตน
  6. เมื่อนักลงทุนไม่ได้ตรวจสอบสาเหตุของการลงทุนที่ผิดพลาด แต่มักจะโยนความผิดพลาดไปให้คนอื่น มีหลายคนที่โทษตลาดในทำนองว่า วันนี้ตลาดไม่ดี เล่นยาก ตอนเช้ายังมีกำไร พอตกบ่ายกลายเป็นขาดทุน ตลาดไม่เคยผิดพลาด ดังนั้นจึงต้องเรียนรู้ว่าความผิดพลาดที่แท้จริงเกิดขึ้นเพราะอะไร เช่น ความอดทนต่ำเกินไปหรือไม่ เหมือนกับเวลาที่คนตกปลา กว่าจะตกปลาได้ต้องใช้เวลานั่งนิ่งๆ รอจนกว่าปลาจะกินเหยื่อ
  7. ทัศนคติที่ไม่ดี คิดว่าตัวเองไม่มีโชคลาภ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเป็นความคิดในแง่ลบ และเป็นผลด้านจิตวิทยาทำให้เกิดความผิดพลาดในการลงทุนได้

 Cilck เพื่ออ่านบทความการลงทุนอื่นๆที่น่าสนใจ

About the Author

icedos

ใส่ความเห็น

Loading...