สิ่งที่ต้องรู้10ประการก่อนการลงทุน

1.หุ้นไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว เมื่อคุณซื้อหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง คุณจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้น ซึ่งบริษัทนั้นจะมีผู้ถือหุ้นคนอื่นๆมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของด้วย ดังนั้นหุ้นหนึ่งหุ้นก็จะมีส่วนได้เสียในสินทรัพย์และผลกำไรของบริษัทนั้นๆดังนั้นการจะซื้อหุ้นทุกครั้งขอให้คิดข้อนี้เอาไว้ด้วยครับ

2. หุ้นมีหลายแบบ การจะจำแนกหุ้นในตลาดออกนั้นโดยปกติจะจำแนกโดยขนาดของบริษัท(โดยวัดจากขนาดมูลค่าตลาดของหุ้นบริษัทนั้นๆ) อุตสาหกรรม รูปแบบการเติบโตของหุ้น เป็นต้นว่านักลงทุนมักจะพูดถึงหุ้นขนาดใหญ่กับหุ้นขนาดเล็ก หุ้นพลังงานกับหุ้นบันเทิง หุ้นโตเร็วกับหุ้นมูลค่า เวลาเราซื้อหุ้นเราไม่ต้องไปสนใจเรื่องเหล่านี้มากนัก แต่เราต้องสนใจพื้นฐานโดยรวมว่าแข็งแกร่งเพียงพอหรือไม่ ตรงนี้สำคัญกว่ามากครับ

3. หุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามผลประกอบการ ในระยะสั้น ราคาหุ้นจะขึ้นลงไปตามพฤติกรรมต่างๆของผู้เล่นในตลาด เช่นความกลัว ข่าวลือ ข่าวจริงเป็นต้น แต่ในระยะยาวแล้ว ราคาหุ้นไม่ว่าจะขึ้นจะลง หรือทรงตัวทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลงไปตามผลประกอบการ ดังนั้นตั้งสติให้ดีครับว่าหุ้นที่เรามีอยู่นั้นปรับตัวด้วยเหตุผลใด และเป็นไปตามพื้นฐานผลประกอบการหรือไม่ ถ้าไม่เป็นโอกาสครับ

4. หุ้นเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดในการได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองมา หุ้นที่มีขนาดใหญ่ๆมีผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 11% ต่อปี สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ และสูงกว่าผลตอบแทนจากพันธบัตร ที่ดินและการออมอื่นๆ ดังนั้นการลงทุนในหุ้นจึงเป็นทางที่ดีที่สุดในการออมเงินเพื่ออนาคต (ข้อมูลจากประเทศอเมริกา)

5. หุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่ได้หมายถึงตลาดทั้งตลาด หุ้นที่ดีจะสามารถขึ้นได้แม้ว่าตลาดหุ้นจะลง ในขณะที่หุ้นแย่ก็ลงได้แม้ตลาดจะขึ้น ลองกลับไปดูอดีตของหุ้นแต่ละบริษัทให้ดี แล้วจะเห็น

6. หุ้นที่มีผลดำเนินการดีมาโดยตลอดไม่ได้หมายความว่ามันจะมีผลดำเนินงานที่ดีในอนาคต ราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการในอนาคต ดังนั้นหากหุ้นที่เคยมีประวัติที่ดีก็สามารถล่วงได้หากผลดำเนินงานในอนาคตแย่ลง ข้อนี้สำคัญมากครับ ต้องระวังเสมอ มีตัวอย่างให้เห็นโดยเฉพาะหุ้นพวกวัฎจักร

7. คุณไม่สามารถบอกว่าหุ้นถูกหรือแพงเพียงแค่ดูที่ราคาซื้อขายขณะนั้น เนื่องจากราคาหุ้นนั้นจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ดังนั้นหุ้นราคา 100 บาท อาจจะมีราคาถูกหากผลดำเนินงานดีต่อเนื่องในอนาคต ในขณะเดียวกันหุ้นราคา 2 บาทอาจจะแพงหากผลการดำเนินงานมีแนวโน้มไม่สดใส

8. นักลงทุนมักจะเปรียบเทียบราคาหุ้นกับองค์ประกอบอื่นๆเพื่อหามูลค่าหุ้น เพื่อที่จะรู้ว่าหุ้นสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่ควรเป็น นักลงทุนมักจะเปรียบเทียบราคาหุ้นกับยอดขาย กำไร กระแสเงินสด และเกณฑ์อื่นๆ การเปรียบเทียบความคาดหวังในผลดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมใดๆก็เป็นส่วนสำคัญ เช่นการดำเนินงานในอุตสาหกรรมที่โตช้าจะถูกคาดหวังต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่โตอย่างรวดเร็ว ซึ่งความคาดหวังในผลดำเนินงานนี้จะมีผลอย่างมากต่อราคาหุ้น

9. กลุ่มหลักทรัพย์ที่ดีมักจะมีหุ้นที่แข็งแกร่งของทุกๆกลุ่มอุตสาหกรรมรวมอยู่ โดยทั่วไปแล้ว พอร์ตที่ดีมักจะประกอบไปด้วยหุ้นในหลายอุตสาหกรรม ทั้งนี้เพราะว่าหากมีบริษัทใดเกิดราคาลงก็ยังมีหุ้นอีกหลายตัวช่วยพยุงไว้ ทำให้ไม่เสียหายมาก หรือยังมีผลตอบแทนที่ดีอยู่

10. การลงทุนที่ฉลาดคือการที่ซื้อหุ้นดีๆและถือไว้ให้ยาวที่สุดมากกว่าการซื้อขายรายวัน ต้นทุนในการซื้อขายจะลดลงอย่างมากหากเราซื้อและถือ จะขายก็เมื่อจำเป็นเช่นเห็นโอกาสอื่นที่ดีกว่า ตัวที่จะวัดว่าโอกาสอื่นดีกว่าหรือไม่ก็คือผลตอบแทนจากหุ้นเดิมที่เราลงทุนอยู่นั่นเอง เวลาจะขายหุ้นเพื่อเปลี่ยนบริษัทต้องดูให้แน่ใจว่าดีกว่าเดิมหรือไม่

ขอให้มือใหม่เรียนรู้และทำความเข้าใจประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้เข้าใจและคราวหน้าเราจะมาเริ่มศึกษากันว่าบริษัทที่มีคุณภาพดีนั้นเราจะดูกันได้อย่างไร

 Cilck เพื่ออ่านบทความการลงทุนอื่นๆที่น่าสนใจ

About the Author

icedos

ใส่ความเห็น

Loading...