Trend Analysis ตอนที่ 2 Trend Following

ซื้อหุ้นจะกำไรได้นั้น หมายความเมื่อเราซื้อหุ้นแล้ว ราคาหุ้นต้องปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นนั้นหมายถึง ราคาหุ้นมีแนวโน้ม แต่แน่นอนว่าถ้าหุ้นมันวิ่งขึ้นขาเดียวต่อเนื่องทุกคนที่ซื้อหุ้นก็คงร่ำรวยกันหมดแล้ว คงไม่ต้องมีแมงเม่าน้อย แมงเม่าใหญ่ มานั้งช้ำใจกับการขายหมู ติดดอยกันแบบทุกวันนี้

มันอาจจะไม่ง่าย แต่มันก็ไม่อยาก การพิจารณาเทรนด์ขาขึ้นให้เจอ แล้วลงทุนตามเทรนด์ที่เกิดแน่นอนถึงจะ Lagging เพราะต้องรอให้นวโน้มก่อตัวก่อนแต่การเข้าไป bet ของเราก็จะแน่นอนกว่าการไปนั้งคาดเดาอนาคต ตั้งสติให้มั่น มีสมาธิในเกมส์ อ่านพิจารณาแนวโน้มจากการเคลื่อนที่ของราคาให้ดี ถ้าไม่มั่นใจในกรอบเวลา (Time Frame) เดี่ยวก็อาจจะพิจารณากรอบเวลาอื่นๆเสริมเพิ่มไปด้วยโดยอย่าพยายามจินตนาการ เพราะราคาหุ้นไม่เคยหลอกเรา แต่สิ่งที่กำลังหลอกเราก็คือ จิตใจของเราเอง 

ใจความสำคัญส่วนต่อมา เมื่อเห็นแนวโน้ม เห็นกำลังการขึ้นจากการ Break out แนวต้านแล้วเพื่อความไม่ประมาทก็ควรมีจุด Cut Loss เพื่อจำกัดความเสี่ยง ที่สำคัญเราควรจะมีวินัยยึดมั้น ในราคา
Cut Loss ที่ตั้งไว้ เมื่อซื้อหุ้นแล้วหุ้นขยับตัวขึ้น สิ่งที่เทรดเดอร์ต้องทำ ก็คือต้องอดทน Let Profit run ไป
เรื่อยๆ จนกว่าจะมีสัญญาณขายจากระบบออกมา (เรื่องสัญญาณซื้อ-ขาย สามารถอ่านในบท Price
indicator เพิ่มเติมได้)

trend2_1

มีกราฟ รูปแบบแนวโน้มแบบมหาโชคมหาลาภมาให้ดูเป็นช่วงขาขึ้นของ SET เมื่อปี 2009 – 20011 ดัชนีจาก 380 วิ่งมาถึง 1142 เมื่อมองเทรนด์ขาขึ้น(Up Trend) เจอ รับรองว่าถ้าเข้าซื้อ ยังไงเสียก็รวยทุกรายไป ในขณะเดียวกัน ลองพิจารณาเทรนด์ขาลง(Down Trend) ถ้าคุณเข้าไปซื้อล่ะก็ขาดทุนย่อยยับ ติดดอยคอยแขกกันไป สรุปอีกทีมองหาเทรนด์แนวโน้มขาขึ้นให้เจอ จะเล็ก จะใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญที่หุ้นขึ้นต้องมีเรา ผิดทางต้องเผ่นพันลี้ครับ

แนวรับ แนวต้าน

แนวรับและแนวต้าน เปรียบดังแนวของเส้น ณ ตำแหน่งราคาใดๆ ที่ใช้เป็นแนวสังเกตสำหรับการเคลื่อนที่ของราคาผ่านแนวนั้นๆ ด้วยเนื่องจากการหยุด การทะลุผ่าน หรือการไหลตกลงของราคา ณ ที่แนวสังเกตนี้ล้วนมีนัยยะ สำหรับการนำมาใช้งานในรอบต่อไป การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวรับ แนวต้าน จึ้งเป็นเรื่องจำเป็นควบคู่ไปกับการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาหุ้น

แนวรับ

แนวรับ(Support) คือแนวที่มีแรงซื้อมารับราคาหุ้นไว้ไม่ให้ตกลงไปมากกว่านี้หรือสามารถชะลอการร่วงลงของราคาได้ ในขณะเวลาหนึ่ง โดยทั่ว ไปแนวรับจะมีลักษณะเหมือนแนวที่เป็นจุด สังเกตการเคลื่อนที่ลงของราคาในแนวโน้มขาลง (Down Trend)

  แนวรับจะมีได้มากกว่า 1 แนวและสามารถนำแนวรับในอดีตที่มีนัยยะมาใช้ในการสังเกตในปัจจุบันได้ โดยบ่อยครั้งที่แนวรับสำคัญจะเกิดจากการที่ราคาหุ้นในทิศทางลงหลายรอบ มาหยุดลง ณ ที่แนวรับนั้น 

trend2_2

 

จากภาพ S1 S2 และ S3 คือแนวรับ บนแนวโน้มของลงที่เมื่อราคาหุ้นวิ่งเข้าหาแล้ว มีการชะลอหรือเด้งกลับระยะสั้นๆ โดยแนวรับที่มีความแข็งแรงจะสามารถหยุดราคาหุ้นในขาลงได้นาน

แนวต้าน

แนวต้าน(Resistance) คือแนวที่มีแรงขายมาต้านราคาหุ้นไว้ไม่ให้ขึ้นสูงไปมากกว่านี้หรือสามารถชะลอการขึ้นของราคาได้ ในขณะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปแนวต้านจะมีลักษณะเหมือนแนวที่เป็นจุดสังเกตการเคลื่อนที่ลงของราคาในแนวโน้มขาขึ้น (Up Trend)

  แนวต้านจะมีได้มากกว่า 1 แนวและสามารถนำแนวต้านในอดีตที่มีนัยยะมาใช้ในการสังเกตในปัจจุบันได้ เช่น จุดสูงสุดเดิม ที่มีการเทขายจำนวนมาก

trend2_3

 

จากภาพ H0 H1 H2 H3 H4 คือแนวต้านที่เกิดขึ้นในทิศทางแนวโน้มขาขึ้น กรณีที่ทิศทางแนวโน้มมีความแข็งแรงและมีคุณภาพของแนวโน้มสูงระยะห่างของแนวต้านจะมีมาก บวกกับจะสามารถเบรกแนวต้านและวิ่งขึ้นต่อไปได้เรื่อยๆ

จากต้านเป็นรับ จากรับเป็นต้าน

กรณีที่ 1 แนวโน้มเป็นแนวโน้มขาขึ้น เราจะสามารถนิยามแนวต้านได้จากจุดสูงสุด และเมื่อแนวโน้มขาขึ้นวิ่งมาถึงแนวต้านที่ แรงขาย มากกว่า แรงซื้อ ทำให้ราคาหุ้นไม่สามารถ ทะลุผ่านแนวต้านไปได้ ราคาหุ้นจะเริ่มคงที่ระยะสั้นๆและเกิดการย่อตัวกลับตัวของแนวโน้ม แนวต้านก่อนหน้าจะกลายเป็นแนวรับที่ทดสอบการย่อตัวของราคา

กรณีที่ 2 แนวโน้มเป็นขาลง เกิดแรงขายต่อเนื่องจนสร้าง จุดต่ำสุดใหม่ได้ตลอดก่อให้เกิดแนวรับใหม่ ในทิศทางแนวโน้มขาลง โดยที่แนวโน้มอาจจะมีการซื้อกลับ โดยแรงซื้อจะดึงราคาหุ้นให้มีการRebound ขึ้น แนวรับก่อนหน้าจะทำให้ที่เป็นแนวต้าน เพื่อทดสอบการกลับตัวหรือ rebound ของราคากรณีที่แรงซื้อมากเพียงพอชนะแรงขายที่แนวนี้ ก็จะเกิดการกลับตัวของแนวโน้มจากขาลงเป็นขาขึ้น

trend2_4

 

 

เพิ่มเติมที่

บทความทาง กราฟเทคนิค

SCAN หุ้นจาก MACDและ STOCH

การประยุกต์ใช้งาน

About the Author

icedos

ใส่ความเห็น

Loading...